สิ่งที่เราจะได้จากคอมแพ็คเอสยูวีจากแดนผู้ดี MG GS

เผยแพร่ใน โดย Tanya Gaur ที่ Carbay

BANGKOK: ตลาดรถยนต์เอสยูวีในบ้านเรากำลังจะได้รับสมาชิกเพิ่มเร็วๆ นี้ น้องใหม่คนที่ว่านี้มาจากค่ายรถยนต์สัญชาติอังกฤษ ซึ่งก็คือ MG GS นั่นเอง หลังจากที่ได้ไปเผยโฉมอย่างยิ่งใหญ่ที่ประเทศจีนและได้ปล่อยภาพทีเซอร์ออกมาเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้เกิดกระแสการเปิดตัวของ MG GS กลายเป็นข่าวที่ใครต่อใครก็พูดถึง และในที่สุด MG ประเทศไทย ก็ได้วางแผนที่จะเปิดตัวครอสโอเวอร์คันใหม่หมดจดนี้ในวันที่ 17 มีนาคม และต่อไปนี้ก็คือจุดเด่นจุดโดนของครอสโอเวอร์คันนี้


ครอสโอเวอร์คันแรกของค่าย: MG GS เป็นครอสโอเวอร์คันแรกและคันเดียวของค่ายรถยนต์แห่งแดนผู้ดี ซึ่งเป็นรถที่มีดีไซน์ค่อนข้างแตกต่างจากครอสโอเวอร์ฝั่งญี่ปุ่นและฝั่งยุโรป ซึ่งทำให้มันเป็นรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร


ออกแบบ


การออกแบบที่ผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตก: สำหรับการออกแบบภายนอกนั้น MG GS ถือว่าเป็นรถที่โดดเด่นในหมู่ครอสโอเวอร์ด้วยกันพอสมควร ซึ่งคอนเซ็ปท์การออกแบบนั้นถูกวางกรอบโดยนาย Anthony WIlliams-Kenny ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมดีไซน์เนอร์ที่ร่วมมือกันระหว่าง MG ประเทศจีนและทีมออกแบบที่ชื่อว่า Longbridge โดยนาย Anthony นั่นขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์รุ่นบุกเบิกของวงการรถยนต์ โดยดีไซน์ที่พบเห็นได้ใน MG SUV คันนี้นั่นก็คือกระจังหน้าทรง 8-เหลี่ยมซึ่งเข้ากับไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น เส้นสายด้านข้างยังช่วยเพิ่มมิติให้กับตัวรถได้อย่างลงตัว


 ภายนอก


การตกแต่งภายในแบบพรีเมี่ยม: นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่สะดุดตาแล้ว แน่นอนว่าการตกแต่งภายในห้องโดยสารนั้นก็ให้อารมณ์หรูหราไม่แพ้ซีดานเกรดพรีเมี่ยม วัสดุเกรดไฮ-คลาสได้ถูกนำมาตกแต่งอย่างลงตัว เบาะนั่งหุ้มหนังอย่างดี สำหรับฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่บนแดชบอร์ดนั้นก็ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ดูแล้วไม่รกจนเกินไป จอเครื่องเสียงขนาด 8 นิ้วพร้อมกับระบบนำทาง พร้อมกันนั้นเบาะนั่งแถวสองก็สามารถพับได้แบบ 60:40 เพื่อเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งาน


ที่นั่ง Plush


เครื่องยนต์สมรรถนะสูง: สำหรับเครื่องยนต์นั้น คาดว่าน่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จเจอร์ สร้างกำลังได้สูงสุดถึง 220 แรงม้า และผลิตทอร์คได้มากสุด 350 นิวตัน-เมตร ประกบกับเกียร์ออโตเมติกแบบคลัชคู่ (Dual Clutch) 6-สปีด ส่งกำลังไปขับเคลื่อนล้อคู่หน้าในรุ่นธรรมดา และสำหรับรุ่นท็อปนั้นจะขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อตามสไตล์รถเอสยูวี นอกจากนั้นยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จเจอร์มาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก


ไม่เพียงแต่เครื่องยนต์สมรรถนะสูงเท่านั้นที่ทำให้ MG GS เป็นที่จับตามอง หากแต่รวมไปถึงดีไซน์ภายนอกที่สะดุดตาและการตกแต่งภายในที่หรูหรา ทั้งหมดนี้ทำให้ MG GS กลายเป็นครอสโอเวอร์ที่กลายมาเป็นอีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจ และหลังจากเปิดตัวในวันที่ 17 มีนาคมนี้ แน่นอนว่าเราสามารถไปยลโฉมครอสโอเวอร์คันใหม่นี้ได้ที่งาน มอเตอร์โชว์ 2016 และหลังจากนั้นครอสโอเวอร์สัญชาติอังกฤษคันนี้ก็จะบินไปประเทศอังกฤษเพื่อโชว์ตัวในงาน London Motor Show